ัยอยู่ทุกวัน เมื่อบิดาดื่มจนเมา ก็จะเล่าเรื่องราวของวันที่เขาถูกทำลายวรยุทธ์และถูกทำลายแก่นลมปราณจากน้องชายแท้ๆ ของตนเอง
เล่าไปบิดาก็ขำไป คงมีแต่ลั่วเหอที่ฟังแล้วกำหมัดแน่นกับการกระทำของคนพวกนี้ และแค้นพ่อของตนเองที่ยอมรับชะตากรรมเช่นนี้
……….
ทวีปเสวียนเทียน
เมืองอินทรีขาว
ชาวบ้านมองชายคนหนึ่งที่สวมอาภรณ์ขาว กลางอกผูกเชือกไว้กับโรงศพไม้ ด้านหลังเขานั้นคือลั่วเหอที่กำลังลากโรงศพของบิดาตนเอง โรงศพที่ลากไปกับพื้นส่งทั้งเสียงและกลิ่นไปทั่ว ทำเอาชาวบ้านไม่พอใจ ปาสิ่งของใส่ลั่วเหอ ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ แต่ในใจก็เจ็บปวดอย่างมาก
ชายคนหนึ่งแบกกระบี่ไว้ด้านหลังสองเล่ม ใช้สองมือซ้ายขวาชักกระบี่ออกมาฟันสิ่งที่ชาวบ้านโยนมาจนขาดครึ่งทั้งหมด ชายคนนี้คือคนเดียวที่ยังนับถือบิดาของลั่วเหอ
บิดาของลั่วเหอมีบุญคุณต่อชายผู้นี้อย่างมาก มอบโอกาสในการมีชีวิตอยู่แก่เขา ชายคนนี้แซ่ซู นามซูมู่หรง เป็นอัจฉริยะแห่งเมืองอินทรีขาว
ซูมู่หรงเตะลั่วเหอกระเด็น เขานั้นเตรียมรถม้ามาไว้แบกโรงศพของบิดาลั่วเหอ คนใช้ตระกูลซูช่วยกันแบกโรงศพขึ้นรถม้า
ลั่วเหอมองและพยายามลุกขึ้น แต่อาจเป็นเพราะไม่ได้กินข้