นอ้อมตัวคงเซียงอี๋แล้วเดินขึ้นบันไดไป
ถ้าหากตอนนั้นตนมิได้ดื่มจนเมามายหลับไปครึ่งเดือนแล้วจะพลาดโอกาสช่วยเหลือนางไปได้อย่างไรเล่า
นับตั้งแต่เห็นศพของนางเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยแตะต้องสุราอีกเลยแม้แต่หยดเดียวถึงขนาดรังเกียจเจ้าสิ่งนี้เป็นอย่างยิ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าเล่ห์กลนี้ไร้ประโยชน์เสียแล้ว ทั้งยังพบแววรังเกียจและตำหนิตนเองในดวงตาของเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไปเสียแล้ว ถึงได้โยนคู่ชีวิตหลายร้อยปีทิ้งไปได้ เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพรุ่งนี้เขาก็จะจากไปแล้ว เธอจึงอดเอ่ยปากพูดขึ้นมามิได้ว่า “เจ้าพยาธิซาน เจ้าหยุดทำในสิ่งที่เจ้าชอบไปตั้งแต่เมื่อใดกัน”
โม่ซานตัวสั่นสะท้าน ฝีเท้าที่เพิ่งก้าวขึ้นบันไดไปหยุดชะงัก เขาหมุนตัวมามองซือหม่าโยวเย่ว์ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ” เขากลั้นหายใจ ไม่รู้ว่าตนจะได้รับคำตอบเช่นไร
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกสุราไหหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนไปทางเขา “เจ้าเคยบอกข้าว่าของสิ่งนี้คือสิ่งที่เจ้ารักใคร่เป็นที่สุด เป็นคู่ชีวิตของเจ้า คาดว่าจะอยู่กับมันไปตราบชั่วชีวิต เหตุใดตอนนี้จึงได้ทอดทิ้งคู่ชีวิตของเจ้าไปเสียแล้วเล่า”
โม่ซานหยิบไหสุรามา หลังจากความพรั่นพรึงผ่านพ้นไป