อื่นล่วงรู้เรื่องราวระหว่างพวกเขา ก็ไม่มีทางรู้คำพูดที่นางพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจตอนนั้นอยู่ดี
เขาโผเข้ากอดซือหม่าโยวเย่ว์แล้วหัวเราะเสียงดังพลางเอ่ยว่า “เจ้ายังมีชีวิตอยู่!”
“อืม มีชีวิตแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “แต่ถ้าเจ้ายังไม่ปล่อยข้าอีกข้าก็จะขาดอากาศตายแล้วนะ”
เธอพูดว่ามีชีวิตแล้ว ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ แต่โม่ซานกลับมิได้สังเกตตรงจุดนี้
โม่ซานปล่อยตัวเธอแล้วมองหน้าเธอพลางเอ่ยว่า “รูปลักษณ์นี้ของเจ้าทำได้ไม่เลว ข้าเองยังจำเจ้าไม่ได้เลย ไม่มีร่องรอยเลยแม้แต่น้อย ไปเรียนมาจากไหนหรือ ไม่ใช่สิ ข้าเห็นฉินโม่ฝังร่างเจ้ากับตาอยู่ชัดๆ หรือว่าเขาลอบขุดเจ้าออกมาแล้วช่วยชีวิตกันเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปากแล้วพูดว่า “นี่คือรูปลักษณ์ของข้าในตอนนี้”
เมื่อนึกถึงฉินโม่เธอก็รู้สึกแปลบปลาบในใจ หอระลึกจันทร์… หอระลึกจันทร์…
“เจ้ากลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน” โม่ซานนั่งลงข้างกายเธอพลางถามขึ้น
“ข้าค่อยเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟังทีหลังแล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้ม “นี่คืองานเลี้ยงไก่ล้วนที่ข้ารับปากเจ้าเอาไว้ สุราก็เป็นสุราชั้นเลิศที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ ถ้าไม่กินให้หมดข้าก็ไม่ยอมหรอกนะ”
“เอาละ ข้ารู้ว