ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทางเช่นนั้นของคงเซียงอี๋จึงหัวเราะออกมาในทันใดแล้วเอ่ยว่า “ไอ้หยา คุยไปคุยมาจนลืมเวลาไปเสียได้”
อูหลิงอวี่เห็นรอยยิ้มของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วมิได้เกิดความคิดขึ้นในใจแต่อย่างใด หลังจากที่นางเลื่อนระดับไปถึงระดับเทพแล้ว สิ่งที่พบเห็นมากที่สุดก็คือหยาดน้ำตาและการฝืนยิ้มของนาง ไม่เคยเห็นรอยยิ้มอันเบิกบานใจเช่นนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อนึกถึงตรงนี้เขาจึงมองซีเหมินเฟิงอย่างห้ามไม่อยู่ เหตุใดเขาจึงเรียกนางว่าพี่หญิงได้เล่า เรื่องนี้ช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนตนมองไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ต่อให้เป็นคนเฉลียวฉลาดเช่นเขาก็นึกไม่ถึงเรื่องอย่างวิญญาณกลับชาติมาเกิดใหม่อยู่ดี
ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกจากพื้นขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นบนก้นพลางเอ่ยว่า “เฟิงเอ๋อร์ พวกเจ้าไปทำอะไรกันที่เมืองอวี่หรือ”
“ไปตามหาคนน่ะ” ซีเหมินเฟิงก็ลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกัน “หุบเขาคงหมิงตามหาอัจฉริยะโม่ซานมาโดยตลอด ระยะนี้ได้รับข่าวมาว่าเขามาที่เขตรอบนอก ดังนั้นจึงให้คนสืบหาร่องรอยของเขา พอดีได้รับข่าวว่าเขาอาจจะไปที่เมืองอวี่ในอีกสองวัน ดังนั้นพวกเราจึงอยากไปแสวงโชคดูสักหน่อย ลองดูว่าจะได้พบเขาหรือไม่”
“อัจฉริยะโม่ซาน