้วนมิใช่ต่ำต้อยเลย สังหารยามรักษาการณ์ของตระกูลเป่ยกงไปไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของตระกูลเป่ยกง สังหารไปกลุ่มหนึ่งก็มีอีกกลุ่มเข้ามา แต่ตระกูลอิ่นกลับไม่มี ต่อมาจึงค่อยๆ ตกเป็นรอง
“พี่สาม ต้านทานอีกครู่หนึ่งนะ คนที่พี่ใหญ่พามาจะมาถึงอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว” อิ่นซีกล่าว
พวกซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ลงมือ พลังยุทธ์ต่ำต้อยเกินไป จึงได้แต่ยืนดูสถานการณ์ภายนอกอยู่ในข่ายมนตร์คุ้มกัน เผิงจิ่วเอ๋อร์ไม่มีทางปล่อยให้เด็กๆ อย่างพวกเขาออกไปเผชิญอันตรายแน่
เมื่อเห็นความอ่อนแอของตระกูลอิ่น ซือหม่าโยวเย่ว์ก็คิดจะให้ราชาพิราบอินทรีลงมือ ไม่อย่างนั้นการบาดเจ็บล้มตายคงจะสาหัสเกินไป
“ราชาพิราบอินทรี…”
“นี่มันเรื่องอันใดกัน” คนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาจากหัวมุมถนน เมื่อเห็นคนสองตระกูลกำลังตะลุมบอนกันอยู่จึงร้องขึ้นมา
“คนของวังคุนหยวนมาแล้ว” ผู้คนที่ดูความครึกครื้นอยู่เอ่ยขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่สนใจว่าจะใช่วังคุนหยวนหรือไม่ใช่วังคุนหยวน เธอพูดกับราชาพิราบอินทรีว่า “คงต้องรบกวนพวกท่านด้วย”
ราชาพิราบอินทรีเข้าใจความหมายของซือหม่าโยวเย่ว์ จึงส่งสายตาให้กับคนข้างกาย คนผู้นั้นกลายร่างในทันทีแล้วบินขึ้นไปกลางอากาศพลาง