้องเจ้านายข้า นั่นเท่ากับเป็นศัตรูกับทั้งเผ่าพันธุ์นก หากพวกเจ้าไม่เชื่อก็ลองดูสิ”
อูหลิงอวี่เห็นท่าทีแข็งแกร่งของเจ้าวิหคน้อยจึงมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางยักคิ้วอย่างยอมรับ ไม่เลวเลยนะ สอนเจ้านกน้อยนี่ได้ไม่เลวเลย!
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสายตาของเขา ก็แอบดูแคลนเขาในใจ ก่อนจะพูดกับเป่ยกงสยงว่า “ประมุขตระกูลเป่ยกงยังอยากจะขวางทางพวกเราอยู่อีกหรือไม่”
สีหน้าของเป่ยกงสยงเข้มคล้ำราวกับตับหมู เอ่ยวาจาไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว
“ไอ้หยา… มีกองหนุนที่แกร่งกล้าถึงเพียงนี้ก็ไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก เมื่อครู่ทำเอาข้าตกใจเสียจนหลั่งเหงื่อเยียบเย็นไปทั้งตัวทีเดียว” อิ่นซีแสร้งทำเป็นเช็ดเหงื่อเยียบเย็นที่ไม่มีอยู่จริง
“ในเมื่อประมุขตระกูลเป่ยกงไม่ขัดขวางแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ขอไปจากที่นี่กันล่ะนะ” เจ้าอ้วนชวีร้องขึ้น เหมือนตบบ้องหูตระกูลเป่ยกง
เผิงจิ่วเอ๋อร์ขจัดข่ายมนตร์ออกไป จากนั้นทุกคนจึงออกไปจากตระกูลเป่ยกงอย่างสง่าผ่าเผย ถึงแม้ว่าจะจากไปไกลแล้วพวกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาที่กลืนกินคนได้อยู่ด้านหลังมากมาย
สีหน้าคนตระกูลเป่ยกงไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง แต่พวกเขาจะพูดอะไรได้ ไม่อนุญาตให้ไป