เป่ยกงอ้าวสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ลืมไปว่าซือหม่าโยวเย่ว์ก็เป็นนักหลอมยาเช่นกัน จึงรีบยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นไปได้ว่ามีคนกำลังหลอมยาอยู่ในละแวกใกล้ๆ นี้กระมัง”
“นั่นสินะ ตระกูลนักหลอมยาย่อมมีคนหลอมยาไปทั่วทุกที่” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มออกมา ไม่ถามซักไซ้ต่ออีก ซึ่งทำให้เป่ยกงอ้าวผ่อนลมหายใจออกมา
เมื่อมาถึงที่พักของพวกซือหม่าโยวเย่ว์ เป่ยกงอ้าวก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว วาจาที่ซือหม่าโยวเย่ว์พูดออกมาอย่างเจตนาบ้างไม่เจตนาบ้างเหล่านั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอยู่บ้าง คิดว่าอีกฝ่ายค้นพบอะไรเข้าเสียแล้ว แต่การแสดงออกของซือหม่าโยเย่ว์นั้นกลับเป็นความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเงาหลังของเป่ยกงอ้าว เมื่อนึกถึงวาจาที่เขาพูดเมื่อครู่ ในใจก็เกิดความคลื่นเหียนขึ้นมา อยู่ในระดับเดียวกันกับเป่ยกงเอ๋อร์เลยทีเดียว
คนเป็นเช่นไรก็สอนบุตรสาวเช่นนั้นออกมาจริงๆ ด้วย!
เธอเข้าไปในเรือน ตามหาราชาพิราบอินทรี ให้เขาแสร้งทำเป็นส่งคนผู้หนึ่งกลับไป ทำท่าทีเหมือนว่าไปเก็บดอกบัวเทพยดา
ราชาพิราบอินทรีส่งสายตาให้คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นก็ออกไปแล้วแปลงเป็นร่างเดิมบินมุ่งออกไปนอกเมือง คนตระกูล