วามเป็นกังวลไปตลอดกาล”
ราชาพิราบอินทรีมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างจนคำพูด ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “ว่ากันว่ามนุษย์นั้นแสนเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เสียด้วย”
“ผิดแล้ว” มือของซือหม่าโยวเย่ว์ที่ถือผลไม้ทิพย์อยู่ชูนิ้วชี้ขึ้นแกว่งไปมาแล้วพูดว่า “มนุษย์มิได้เจ้าเล่ห์ไปเสียทุกคนหรอก มีบางคนที่เจ้าเล่ห์ มีบางคนที่ใสซื่อบริสุทธิ์ มีบางคนที่บางเวลาก็ใสซื่อ บางเวลาก็เจ้าเล่ห์”
ราชาพิราบอินทรีพยักหน้า “มนุษย์นี่ช่างซับซ้อนเสียจริง”
“ตรงนี้ท่านพูดถูกแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์กัดผลไม้ทิพย์คำหนึ่ง “เทียบกับความโหดเหี้ยมและเรียบง่ายของสัตว์อสูรวิเศษแล้ว มนุษย์นั้นซับซ้อนกว่ามาก แต่ถ้าหากเจ้าคลุกคลีกับมนุษย์มากพอก็จะพบว่าความจริงแล้วมนุษย์นั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”
ราชาพิราบอินทรีส่ายหน้า มิได้เห็นด้วยกับวาจาของซือหม่าโยวเย่ว์เลย แค่คลุกคลีกับซือหม่าโยเย่ว์ก็เพียงพอที่จะรู้ถึงความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์แล้ว เขาจึงไม่มีความคิดที่จะคลุกคลีกับมนุษย์อีกต่อไป พอเรื่องนี้สิ้นสุดลงแล้วเขาก็จะพาพวกกลับไป
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีของราชาพิราบอินทรีก็รู้แล้วว่าเขามิได้มีความคิดเช่นนี้ แต่ตนเพียงแค่มาที่นี่เพื่