อูหลิงอวี่เห็นสายตาไม่พอใจของซือหม่าโยวเย่ว์จึงเดินไปข้างหน้าแล้วเอื้อมมือมาขยี้หน้าผากนาง พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “มาดูกันว่าคราวหน้าเจ้าจะยังใจลอยเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่เขาก่อนจะหมุนกายเดินต่อไป คร้านจะไปสนใจเขา
อูหลิงอวี่เรียกท่าทีโกรธเคืองแกมดูถูกเมื่อครู่กลับคืนมา รู้สึกหัวใจพองโต เมื่อเห็นนางเดินไปไกลแล้วจึงรีบติดตามไป เดินเคียงไหล่กับนาง
“เจ้ารู้จักคนเมื่อครู่นี้ด้วยหรือ”
เมื่อพูดถึงคนเมื่อครู่ สีหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์ก็โศกเศร้าอยู่บ้าง เธอส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “อาจจะรู้จัก หรืออาจจะไม่รู้จักก็ได้ ความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จักมากกว่าอยู่นิดหน่อยกระมัง”
สถานการณ์ในตอนนั้นวิกฤติอย่างยิ่ง เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกันเล่า
แต่ความรู้สึกแรกที่เห็นเขา สายตาอันคุ้นเคยคู่นั้น ขี้แมลงวันใต้คิ้วเม็ดนั้นทำให้ในใจเธอเกิดความหวังสายหนึ่งขึ้นมา ถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่เล่า
เช่นนี้แล้วกัน เธอหวังว่าคนผู้นั้นจะใช่เขา แต่กลับรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ จิตใจพัวพันอยู่ระหว่างความหวังและความเป็นจริง
อูหลิงอวี่รู้สึกว่าตั้งแต่เด็กสาวผู้นี้เลื่อนระดับไปถึงระดับเทพก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก แ