กงถังได้รู้ว่ามารดาและน้องชายของตนยังมีชีวิตอยู่จริงๆ หัวใจที่ลอยคว้างมาตลอดจึงสงบลงได้ในที่สุด คนอื่นๆ ก็ยินดีไปกับนางด้วย บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายขึ้นมาในทันที
“ตอนนี้แน่ใจแล้วว่าคนยังอยู่ เช่นนั้นพวกเราก็หารือแผนการขั้นต่อไปกันเลยดีกว่า ความคิดของข้าคือ…”
วันรุ่งขึ้น ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้ข้ออ้างว่าอยากจะไปชมบ้านตระกูลเป่ยกงสักหน่อย แล้วเดินไปเดินมาอยู่บริเวณใกล้ๆ ตอนที่กำลังจะเฉียดเข้าใกล้เรือนเล็กของพวกเป่ยกงถังในอดีตนั้นเอง หญิงสาวผู้หนึ่งก็เข้ามาขวางทางเธอเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม
“ท่านคงเป็นคุณชายซือเย่ว์กระมัง ข้าเป่ยกงเอ๋อร์ยินดีที่ได้พบท่าน” หญิงสาวผู้นั้นค้อมกายให้ซือหม่าโยวเย่ว์เล็กน้อยด้วยท่าทีเอียงอายอยู่บ้าง
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวผู้นี้จะเป็นเป่ยกงเอ๋อร์ ดูแล้วคล้ายคลึงกับเป่ยกงถังอยู่บ้างจริงๆ คาดว่าสืบเชื้อสายมาจากเป่ยกงอ้าวทั้งคู่
“ที่แท้ก็คือแม่นางเป่ยกงเอ๋อร์นี่เอง ขออภัย ขออภัย” ซือหม่าโยวเย่ว์ประสานหมัดคารวะเป่ยกงเอ๋อร์แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
เป่ยกงเอ๋อร์เห็นท่าทีรักษามารยาทของซือหม่าโยวเย่ว์จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายซือเย่ว์ ด้านนั้นคือเรือนเล็กที่ถูกทิ้งร้าง ไม่