นไปได้เท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าให้พวกมันไปสืบหาดูที่นั่นอีกครั้งแล้ว พวกเรารอสักสองวันก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ได้สิ” เป่ยกงถังประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกัน แสดงถึงความวิตกกังวลของนางในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน
ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือออกมากุมมือทั้งสองของนางเอาไว้ “ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นกับพวกท่านแม่ของเจ้าจริง พวกเราจะต้องทำให้ตระกูลเป่ยกงและวังคุนหยวนได้ชดใช้แน่นอน! ไม่ว่าจะต้องใช้กำลังของเจ้าวิหคน้อยหรือของหุบเขามารเทพก็จะต้องพลิกฟ้าพลิกดินของพวกนั้นให้จงได้!”
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์พูดได้ถูกต้อง” เจ้าอ้วนชวีพูดเอออออยู่ด้านข้าง “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกเราก็จะอยู่เป็นเพื่อนเคียงข้างเจ้าเอง”
“ขอบใจพวกเจ้านะ” เป่ยกงถังมองเธอ มุมปากฝืนยกเป็นรอยยิ้ม หมายจะบอกทุกคนว่านางไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล
หลังรอคอยอย่างกระวนกระวายอยู่สองวัน ในที่สุดก็มีข่าวดีส่งมาจากทางนั้นว่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่อิ่นหลานและเป่ยกงหังจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เป็นไปได้ที่จะถูกคุมขังอย่างสิ้นเชิง
เมื่อได้รับข่าวนี้ เป่ยกงถังทั้งยินดีและกังวล สิ่งที่ยินดีก็คือมีความเป็นไปได้ที่มารดาและน้องชายของตนยังมีชีวิตอยู่ ส่วนสิ่งที่กังวลก็คื