ซือหม่าโยวเย่ว์รับเอาป้ายมาดูแล้วถามว่า “ข้าขอลองดูหน่อยได้หรือไม่”
“เจ้าเข้าไปแล้วก็ต้องออกมาทันที สัตว์ร้ายภายในนั้นร้ายกาจจะตายไป” เหลียนเจ๋อมิได้ปฏิเสธ
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอาป้ายคำสั่งมาแล้วเดินไปข้างหน้าต่อ ผลปรากฏว่าข่ายมนตร์นั้นมิได้ขัดขวางเธอเอาไว้อีกต่อไป
เธอเดินไปสองก้าวแล้วออกมาก่อนจะคืนป้ายคำสั่งนั้นให้แก่เขาพลางเอ่ยว่า “ของสิ่งนี้แปลกประหลาดจริงๆ ด้วย”
“เจ้าตำหนักหาคนมาทำของสิ่งนี้ด้วยตนเอง บอกว่าเหมือนกันกับข่ายมนตร์อีกมากมายในตำหนักว่านชิง” เหลียนเจ๋อเก็บป้ายคำสั่งขึ้นมา “พวกเราไปดูอีกสองแห่งที่เหลือกันดีกว่า”
“ได้สิ”
เหลียนเจ๋อมิได้พาพวกเขาเข้าไปใกล้อีกสองแห่งสุดท้าย เพียงแค่มองดูอยู่ห่างๆ แล้วจากไป ดูเหมือนว่าสถานที่สองแห่งนี้จะมีความลับที่มิอาจบอกกล่าวได้
แต่สำนักใหญ่แห่งใดบ้างเล่าที่จะไม่มีสถานที่แห่งความลับมากมาย ตำหนักว่านชิงนี้ก็นับได้ว่าน้อยแล้ว
“ดูมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เดินกันจนเหนื่อยแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้วด้วย พวกเรากลับตำหนักเมฆทะยานกันดีกว่านะ” เหลียนเจ๋อพูด
“ดี”
หลังจากพวกเขากลับไปแล้ว พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็อยู่ในห้องรับแขก ส่วนเหลียนเจ๋อนั้นถูกคนเรีย