ายเลย ดังนั้นจึงเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะมีใครสังเกตพบ
“เจ้าก็ระวังหน่อยล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตำหนักว่านชิงเป็นสำนักวิชาที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ จะต้องมีคนที่ร้ายกาจอย่างยิ่งอยู่แน่นอน ถึงตอนนั้นถ้าหากพบเข้าก็คงจะยุ่งยากไม่น้อยเลย”
“ข้าเข้าใจ” เสี่ยวเมิ่งพูด “แต่ตอนนี้พลังยุทธ์ของคนเหล่านั้นก็ไม่สูงนัก ในความทรงจำที่ข้ารับสืบทอดมาบอกว่า ขอเพียงแค่อีกฝ่ายยังมิได้บรรลุระดับจ้าวก็ไม่มีทางเกิดปัญหาแน่”
เหนือกว่าระดับวิญญาณคือระดับเทพ เหนือกว่าระดับเทพคือระดับจ้าว เหนือกว่าระดับจ้าวคือระดับจักรพรรดิ และทั้งดินแดนก็ยังไม่เคยมีคนระดับจักรพรรดิปรากฏออกมาเลย ดังนั้นการลงมือของนางในครั้งนี้จึงไม่มีทางถูกใครค้นพบแน่
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินนางพูดเช่นนี้จึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าก็ลงมือให้หนักหน่อยแล้วกัน”
“ได้สิ” เสี่ยวเมิ่งรับปากด้วยรอยยิ้ม ไม่ต้องให้เจ้านายบอก นางก็จะทำเช่นนี้อยู่แล้ว
“เอาละ ทุกคนกลับห้องกันได้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ต้องถึงวันพรุ่งนี้พวกเขาจึงจะลงมือ”
และในขณะเดียวกันนั้นเอง เหลียนเจ๋อก็ไปยังตำหนักหลัก
“คารวะท่านเจ้าตำหนักและท่านรองเจ้าตำหนักขอรับ” เหลียนเจ๋อคารวะชาย