อีก” ซือหม่าโยวเย่ว์กำหมัดแน่นแล้วพูดว่า “ตอนนั้นผู้ที่ลงมือกับพวกเราก็คือคนของตระกูลจงเจิ้งและวังหยินหยาง”
“รอให้พวกเราพัฒนาขึ้นแล้วกลับไปแก้แค้นกัน!” โอวหยางเฟยพูด
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
ในเมื่อเธอเลือกที่จะพูดออกมาแล้ว ก็ไม่ต้องมีข้อจำกัดกับพวกเขาอีก และเธอก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางวางตัวอยู่เหนือปัญหาอย่างแน่นอน
และในขณะเดียวกัน บนภูเขาแห่งหนึ่งของแดนศูนย์กลาง บุรุษสวมหน้ากากผู้หนึ่งกำลังยืนตระหง่านต้านลมอยู่
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามาแล้วถามว่า “เจ้าจะออกไปจริงๆ หรือ”
“อืม” บุรุษผู้นั้นน้ำเสียงแหบพร่า เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่น้ำเสียงปกติ
“แต่อีกฝ่ายมีพลังยุทธ์แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น…”
“ไม่ว่าจะแข็งแกร่งสักเพียงใดข้าก็ต้องไป” บุรุษผู้นั้นกล่าว “ข้าทุ่มเทไปมากมายถึงเพียงนี้แล้ว ก็เพื่อแก้แค้นศัตรูด้วยมือตัวเอง”
“ท่านปู่บอกว่าถ้าหากเจ้าไม่ใช้พลังขุมนั้น ก็จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้อีกหลายสิบปี”
“ถ้าหากสังหารศัตรูได้มากขึ้นอีกสักหน่อย ข้ายอมเลือกอายุสั้นลงอีกหลายสิบปีดีกว่า การดำรงชีวิตมิใช่เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของข้า การแก้แค้นต่างหากเล่าที่เป็นสิ่งที่ข้าไขว่คว้าในชีวิตนี้”
“เข่นนั้นข้าจะไปกับ