ก็พาพวกเขากระโดดขึ้นบนหลังเจ้าวิหคน้อยแล้วพูดว่า “พวกเรารีบไปจากที่นี่กันดีกว่า”
อ้างอิงจากที่โฉวเซี่ยวเทียนพูด มิอาจใช้การค่ายกลนำส่งได้แล้ว เช่นนั้นจึงได้แต่ขี่สัตว์อสูรบินได้ไปยังตำหนักว่านชิงแล้ว
ในขณะนี้มีคนออกมาจากในเมืองมากขึ้น พวกโฉวเซี่ยวเทียนจึงรีบกระโดดขึ้นบนหลังเจ้าวิหคน้อย เจ้าวิหคน้อยสยายปีกพาทุกคนจากไป
“นายน้อยซือขอรับ พวกเขามีสัตว์อสูรบินได้ จะทำเช่นไรดีขอรับ” เด็กรับใช้ผู้หนึ่งพูดกับบุรุษรูปโฉมหล่อเหลา
“พวกเราสะเพร่าเกินไปเอง” เฟ่ยซือมองดูคนที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าดำทะมึนแล้วพูดว่า “กลับไปรายงานที่ตระกูลว่าโฉวเซี่ยวเทียนพาตัวคนระยำผู้นั้นออกมาแล้ว พวกเขาจะต้อง งไปที่ตำหนักว่านชิงอย่างแน่นอน ตลอดทางย่อมไม่กล้าเข้าเมืองและไม่กล้าใช้ค่ายกลนำส่งแน่ ให้คนของตระกูลคอยดักสังหารระหว่างทางเสีย”
“ขอรับ นายน้อยซือ”
“ยังมีอีก พวกเขามีสัตว์อสูรบินได้อยู่ อย่าลืมข้อนี้ไปเสียล่ะ” เฟ่ยซือกำชับ “นอกจากนี้จงส่งคนไปตรวจสอบว่าคนที่อยู่กับโฉวเซี่ยวเทียนเหล่านั้นเป็นใคร กล้าเป็นอริกับตระกูลเ เฟ่ย ทั้งยังมีสัตว์อสูรเหนือเทพอยู่ในครอบครองมากมายถึงเพียงนั้น จะต้องมิใช่บุคคลตัวเล็กๆ อ