นทนากันตามลำพังดีกว่า”
“ได้สิ”
จากนั้นทั้งสองจึงเดินไปข้างๆ โฉวเซี่ยวเทียนติดตั้งข่ายมนตร์อันหนึ่งเอาไว้ ทุกคนเห็นได้เพียงแค่ว่าทั้งสองเจรจากันอยู่ข้างใน ในตอนแรกส่วนใหญ่โฉวเซี่ยวเทียนเป็นผู้พูด ส่วนซื อหม่าโยวเย่ว์นั้นเอาแต่ขมวดคิ้ว
“ท่านบอกว่าเหลียนหงเป็นหลานชายของประมุขตำหนักเมฆทะยานอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นบิดามารดาของเขาคือผู้ใดกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ประมุขตำหนักเมฆทะยานชื่อเหลียนเจ๋อ เป็นคุณชายรองของตระกูลเหลียนแห่งแคว้นหนึ่ง บิดาของเหลียนหงคือพี่ชายของเขา” โฉวเซี่ยวเทียนพูด
“มารดาเล่า”
“มารดาคือคุณหนูเชื้อสายข้างเคียงคนหนึ่งของตระกูลเฟ่ยซึ่งเป็นตระกูลคู่แค้นของตระกูลเหลียน” โฉวเซี่ยวเทียนเอ่ย “ตระกูลเฟ่ยไม่พอใจกับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังไม่ยอมรับลูกคนนี้ของเหลียนหงอีกด้วย จึงได้ส่งคนมาตามสังหารเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้”
“ดังนั้นท่านจึงได้พาเขาไปยังสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ ทั้งยังทำค่ายกลนำส่งพังด้วยอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างแน่ใจ
“สันเขาพยัคฆ์สวรรค์เป็นสถานที่ที่ไม่สะดุดตาในแคว้นหนึ่ง พวกเขาไม่มีทางคิดถึงว่าพวกเราจะอยู่ที่นั่นแน่ เมื่อไม่มีค่ายกลนำส่ง แล