เป็นคนของตำหนักว่านชิง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ ที แท้แล้วท่านมีตัวตนเช่นไรกันแน่”
“ข้ามาจากแคว้นกลางแล้วมาพัวพันกับเรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญน่ะ” โฉวเซี่ยวเทียนพูด
“แล้วท่านไม่ลองติดต่อกับสำนักของท่านหรือคิดหาหนทางกลับไปเลยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“ท่านเพิ่งมาถึงดินแดนแห่งนี้ ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวที่เขตรอบนอกนี่หรอก” โฉวเซี่ยวเทียนพูด “ค่ายกลนำส่งที่นี่มิอาจใช้งานส่งเดชได้ และดูเหมือนว่าทุกเมือง ทุกสำนักวิชาจะ ะมีคนของตระกูลเฟ่ยอยู่ทั้งสิ้น พวกเขาครอบครองค่ายกลนำส่งที่มีอยู่ทั้งหมด แล้วข้าจะกลับแคว้นกลางไปได้อย่างไรกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน จึงร้องว่า “เช่นนั้นพวกเราก็ใช้ค่ายกลนำส่งไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ”
เมื่อเห็นโฉวเซี่ยวเทียนพยักหน้า เธอก็แทบจะอดใจไม่ให้เข้าไปชกเขาแรงๆ สักทีหนึ่งมิได้ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าตนได้ศิลากลมาเพียงแค่สามก้อน เป็นความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดี ยว!
พวกเขาสนทนากันอยู่ภายในข่ายมนตร์ราวครึ่งชั่วโมงจึงค่อยออกมา โฉวเซี่ยวเทียนยิ้มอย่างสดใสอยู่ตลอด ส่วนซือหม่าโยวเย่ว์นั้นมีอารมณ์หดหู่อยู่พอสมควร
“พวกเรารีบออกเดินทางกันเร็วหน่อ