ว์ที่กำลังเก็บเข็มเงินอยู่ข้างๆ พูดขึ้น
“ได้สิ” โฉวเซี่ยวเทียนตอบรับอย่างง่ายๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้วมองโฉวเซี่ยวเทียนพลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้านึกถึงปัญหาข้อหนึ่งอยู่ตลอดเลย ถ้าหากมิใช่ว่าข้าช่วยท่านเอาไว้ทันเวลาพอดี คาดว่า ท่านคงทนไม่ไหวถึงสองชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ ท่านไม่คิดจะร่ำลาเสี่ยวเอ้อร์ของท่านสักหน่อยหรือไร”
“เขาชื่อเหลียนหง” โฉวเซี่ยวเทียนพูด “ถ้าหากข้าตายไปแล้วพวกท่านไม่ได้พาตัวเขาไปด้วย เช่นนั้นก็ให้เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตเลยแล้วกัน”
“ช่างใจร้ายเสียจริง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดแล้วจุ๊ปากสองครั้ง
“เพื่อประโยชน์ของเขาเอง” โฉวเซี่ยวเทียนยิ้มอย่างขมขื่น
“แล้วตอนนี้เล่า ท่านไม่ตาย ก็จะอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ”
“ข้าต้องลองคิดดูก่อน”
“เช่นนั้นท่านค่อยๆ คิดไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์วางขวดหยกใบหนึ่งลงบนโต๊ะพลางเอ่ยว่า “วันพรุ่งนี้เวลานี้ กินสิ่งนี้อีกครั้งก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ ถึงอย่างไรข้าก็รับค่าตอบแทนมาแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากท่านยังรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ ก็ให้ศิลากลเช่นนี้กับข้าอีกสักอันหนึ่งสิ”
“ประตูใหญ่อยู่ด้านโน้น ข้าไม่ส่