ตำหนักเมฆทะยาน” ผู้จัดการโฉวเอ่ย
“ที่แท้ท่านก็เป็นคนของตำหนักว่านชิงนี่เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเราไม่คุ้นเคยกัน ท่านไหว้วานข้า ไม่กลัวว่าข้าจะไม่รับปากหรือ”
“ข้าย่อมมีเงื่อนไขที่ทำให้ท่านจิตใจหวั่นไหวอยู่แล้ว” ผู้จัดการโฉวกล่าว
“เช่นนั้นท่านไม่กลัวว่าข้าจะนำของไปโดยไม่จัดการงานให้หรือไร” เธอถามอีก
“หึๆ…” ผู้จัดการโฉวหัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “ข้าใช้ชีวิตอยู่มานานปีถึงเพียงนี้ ยังพอจะมองคนได้ค่อนข้างแม่นยำอยู่หรอก ท่านมิใช่คนพรรค์นั้นเสียหน่อย”
“ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้วจริงๆ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านถูกคนทำร้ายจนมีสภาพเป็นเช่นนี้มิใช่หรือไร ถ้าหากข้าพาเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นไปจากสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ กลัวแต่ว่ายัง งไปไม่ถึงตำหนักว่านชิงก็คงถูกคนฆ่าตายเสียแล้วน่ะสิ”
“ท่านช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก ฉลาดกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มากนัก” ขณะนี้ผู้จัดการโฉวไม่เหลือท่าทีของผู้จัดการผู้ละโมบอีกต่อไปแล้ว กลิ่นอายยังแข็งแกร่งกว่าโจวไห่โม่อยู่หลายส่ว วน
“แล้วท่านจะยอมทำให้หรือไม่ ถ้าหากท่านยอม ข้าก็จะมอบค่าตอบแทนให้ท่าน”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปแล้วดึงม้านั่งตัวหนึ่งมานั่งลง ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้ามีความสนใจในค่าตอบแท