ใหญ่ด้านหลังของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างเป็นพื้นที่ของหอด้านหลัง
เสี่ยวเอ้อร์พาเธอเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง หลังจากนั้นจึงให้เธอเข้าไปคนเดียว
ภายในห้องมืดมิดเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ปิดประตูแล้วก็แทบจะมองไม่เห็นความเป็นไปข้างในเลย
“ท่านได้รับบาดเจ็บสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“จมูกของท่านช่างเฉียบคมนัก” เสียงผู้จัดการโฉวดังขึ้นท่ามกลางความมืด
“กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นเหลือเกิน คิดจะไม่ให้ได้กลิ่นก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์ปล่อยลำแสงสายหนึ่ง ทำให้ห้องสว่างไสวขึ้น ผู้จัดการโฉวกำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้นวมตัวห หนึ่ง “ท่านไปก่อเรื่องราวอันใดให้ผู้อื่นเดือดดาลกันเล่า ถึงได้รับบาดเจ็บมากถึงขนาดนี้ได้ เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นของท่านคงไม่รู้ว่าท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้กระมัง”
ผู้จัดการโฉวหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วเอ่ยว่า “ไม่ได้บอกเขาหรอก กลัวจะทำให้เขาตกใจเอาน่ะสิ”
“ถ้าหากท่านตายไป เขาก็คงยังไม่รู้สินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าทั้งสี่มุมของห้องมีโคมไฟอยู่ จึงซัดเปลวเพลิงเข้าไป ทั่วทั้งห้องจึงสว่างไสวขึ้นมา “ท่านเรียกข้ามาทำไมหรือ”
“อยากขอให้ท่านช่วยข้าพาเสี่ยวเอ้อร์ไปยังตำหนักว่านชิง แค่กๆ… แล้วยกให้กับเจ้าตำหนักของ