วนตัวเองให้ดีๆ เสีย” โจวไห่โม่พูดกับโจวไห่หมิน
“ขอรับ พี่ใหญ่” โจวไห่หมินจากไปโดยไม่มองพวกซือหม่าโยวเย่ว์เลยแม้แต่ปราดเดียว
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” โจวไห่โม่ยิ้มให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “ข้าจะพาพวกท่านไปดูค่ายกลนั่นตอนนี้เลย”
“ดี”
โจวไห่โม่พาพวกเขาไปยังเรือนที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังหนึ่ง เรือนนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ตอนนี้ที่นั่นไม่มีคนอยู่แล้ว ดูวังเวงเป็นอย่างยิ่ง
“ค่ายกลอยู่ในห้องโถงใหญ่นั่นแหละ” โจวไห่โม่ชี้เรือนที่ไม่มีประตูใหญ่พลางพูดขึ้น
ก่อนหน้านี้ที่นี่มีคนผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงสร้างไว้อย่างใหญ่โตมโหฬาร
ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปก็เห็นค่ายกลที่ถูกทิ้งร้างอยู่อันหนึ่ง ศิลากลยังอยู่ เพียงแต่มีฝุ่นผงจับอยู่เต็มไปหมด บนกำแพงยังมีชื่อสถานที่จำนวนหนึ่งที่ติดต่อกันกับค่ายกลอยู่ด้วย
“เพราะเกรงว่าค่ายกลจะพังทลายลงมาอีกครั้ง โดยปกติแล้วจึงไม่มีใครมาที่นี่” โจวไห่โม่พูดอธิบาย “ท่านปรมาจารย์ พอจะมีหนทางซ่อมแซมค่ายกลนี้ได้หรือไม่”
“ตรงนี้ข้าต้องศึกษาดูก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “สาเหตุที่ค่ายกลนี้เสียหายเป็นไปได้หลายประการ แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อใดต่างก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ก