ทธ์ของตัวพวกเขาเองก็มิได้ต่ำต้อยเลย ไม่อย่างนั้นคงฆ่าเจ้าสำนักย่อยของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ตายได้ไม่ได้หรอก! หรือจะบอก กว่าเจ้าอยากไปลิ้มลองรสชาติของค่ายกลนั่นดูสักหน่อยเล่า”
“ข้า…” โจวไห่หมินจะไม่รู้ความร้ายกาจของปรมาจารย์ค่ายกลได้อย่างไร แต่เขาอยากจะล้างแค้นให้กับญาติใกล้ชิดของตนมากกว่า!
“เจ้าขจัดความคิดที่จะไปคิดบัญชีกับพวกเขาให้ข้าเสียเดี๋ยวนี้จะเป็นการดีที่สุด ต่อจากนี้ไปเจ้าห้ามคิดถึงเรื่องการแก้แค้นอีก แล้วยังต้องปฏิบัติต่อพวกเขาเป็นอย่างดีด้วย ไม่อย่า างนั้นหากนำพาความเดือดร้อนมาสู่สำนักพยัคฆ์สวรรค์ ข้านี่แหละจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอมปล่อยเจ้าไป! ได้ยินแล้วหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่โจวไห่หมินก็ยังรับคำเสียงหนึ่ง
“ท่านเจ้าสำนัก เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรทำเช่นไรกับพวกเขาดีขอรับ” เจ้าสำนักย่อยผู้หนึ่งเอ่ยถาม
“พวกเรายั่วยุพวกเขามาสองครั้งแล้ว ตอนนี้มิอาจล่วงเกินพวกเขาได้ แต่ควรไปขอขมา ถ้าหากสานสัมพันธ์อันดีกับพวกเขาได้ย่อมเป็นการดีที่สุด แต่ถ้าสานสัมพันธ์ไม่ได้ ก็ต้องลบล้างคว วามแค้นก่อนหน้านี้เสีย” โจวไห่โม่พูด
“เช่นนั้นจะให้ใครไปจัดการเรื่องนี้ดีเล่า”
โจวไห่โม่ครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า “