่งที่เขาพูดเป็นความจริง ถ้าหากตนมิได้ทำลายตำหนักผู้วิเศษก่อนที่จะแต่งกายเป็นสตรี เขาจะต้องขจัดภัยที่แฝงอยู่ก่อนจากไปให้อย่างแน น่นอน
ถึงแม้ทุกคนจะยังไม่รู้ว่าเธอเป็นปรมาจารย์วิญญาณพหุธาตุก็ตาม
“ข้ารู้แล้ว” เธอเข้าใจความสัมพันธ์อันร้ายกาจในนั้น ในตอนที่ยังไม่มีความสามารถในการต่อกรกับตำหนักผู้วิเศษ เธอก็มิอาจกลับไปแต่งกายเป็นสตรีได้ “แต่ท่านรู้ได้อย่างไรกันว่า ข้าคือคนที่พวกต้องการตามหา”
“ในตอนนั้นเจ้ายังเล็กเกินไป ยังไม่เข้าใจว่าจะปกปิดตัวเองได้อย่างไร” อูหลิงอวี่พูด “ถึงแม้ว่าเจ้าจะยังไม่เคยใช้มาก่อน แต่ก็ปิดบังข้ามิได้หรอก”
“จมูกสุนัข” เธอพึมพำเสียงเบา
“รอให้เจ้ากลับเข้าไปในหุบเขาได้ก็ไม่ต้องห้ามกันอีกแล้วละ อยากสวมใส่อะไรก็สวมไป แต่ตราบใดที่ยังมิได้กลับไป ก็ยังเปลี่ยนไปแต่งกายเป็นสตรีมิได้ เข้าใจแล้วหรือยัง”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านแม่บ้าน”
เธอพูดสามคำสุดท้ายด้วยเสียงอันเบาอย่างยิ่ง เจ้าคนผู้นี้ช่างเยิ่นเย้อเสียจริง
อูหลิงอวี่สัมผัสได้ถึงระลอกความเคลื่อนไหวภายในแหวนเก็บวัตถุ นัยน์ตาฉายแววเหลืออดและรังเกียจ
เขายื่นมือไปลูบไล้เส้นผมเธอ พลางเอ่ยว่า “ข้าไปแล้วนะ เจ้าก็อย่าแอบขี้เกียจล่ะ รีบข