่านหรือไม่”
เธอยื่นมือไปแปะบนใบหน้าอูหลิงอวี่ ใบหน้าทรงเสน่ห์ราวกับมารร้ายซีดขาวไปหมด
“เฮ้อ…”
เมื่อนึกถึงคำพูดของกิเลนเพลิง เธอก็ถอนหายใจอีกครั้ง
เธอไม่เคยจัดการกับเรื่องพรรค์นี้มาก่อนเลย พอเขาฟื้นขึ้นมาแล้วจะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไรดี
ในชาติก่อน ผู้ที่มีความรักเหล่านั้น ถ้าไม่ปฏิเสธก็อยู่ด้วยกันไปเลย แล้วตนจะเลือกอย่างไรดีเล่า
ปฏิเสธเขาหรือ แต่เขาก็ไม่ได้สารภาพกับเธอด้วยตัวเองนี่
ให้รับรักเขาหรือ ก็ดูเหมือนว่าตนจะไม่เต็มใจนัก
“เรื่องนี้มันช่างยุ่งยากเสียจริง”
เธอขยี้หัวตัวเอง หลังจากนั้นจึงถลึงตาใส่อูหลิงอวี่อย่างแรง แต่เมื่อเห็นหน้าเขาแล้วก็ยิ่งสับสน จึงไม่มองเสียดีกว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไปแล้วกัน ถึงอย่างไรถ้าเจ้านี่ไม่พูด ข้าก็จะทำเป็นไม่รู้” เธอตัดสินใจเช่นนี้ออกมาในท้ายที่สุดแล้วมองดูพระอาทิตย์ตกดินที่อยู่ไกลออกไปพลางพึมพำกับตัวเอง
“ข้าชอบเจ้า” คำพูดเธอเพิ่งหลุดออกจากปาก เสียงของอูหลิงอวี่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังในทันใด
“ว้าย…”
เธอตกใจจนผุดลุกขึ้นยืนในทันที แล้วยืนมองคนที่ฟื้นขึ้นมาอย่างฉับพลันจากบริเวณที่ห่างออกไปหนึ่งเมตร
“ท่าน… ท่านฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดกัน” เธอพ