ูดตะกุกตะกักเล็กน้อยเป็นครั้งแรก
“ตั้งแต่ตอนที่เจ้ากระซิบกระซาบอยู่คนเดียวว่าจะแกล้งโง่นั่นแหละ” ถึงแม้ว่าอูหลิงอวี่จะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่เสียงยังคงเบาอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นว่าเขายังคงอ่อนแอมาก
“ท่านฟื้นแล้วก็ไม่รู้จักส่งเสียงสักหน่อยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถลึงตาใส่เขา
“หากพูดแล้วข้าจะรู้ความคิดของเจ้าได้อย่างไร” อูหลิงอวี่พูด “ตอนนี้ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าชอบเจ้า แล้วเจ้าล่ะ”
“ข้า… ข้าทำไมหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะลึงงัน
อูหลิงอวี่เห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วอดหลั่งเหงื่อเยียบเย็นมิได้
เจ้าเด็กนี่ช่าง…
เรียกว่านางมีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำแล้วกัน ความฉลาดทางอารมณ์เรื่องความรักเพื่อนรักครอบครัวนั้นสูงยิ่ง มีเพียงแค่ความรักนี่เท่านั้นที่ไม่รู้ความเอาเสียเลย
แต่เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ ความโมโหเพราะนางแต่งกายเป็นสตรีในใจเขาก็หายวับไปในทันที
เธอหัวช้ากับเรื่องความรักเช่นนี้แล้วจะไปหลงรักผู้อื่นได้อย่างไร
“เจ้าทำไมน่ะหรือ ข้าก็บอกไปแล้วว่าชอบเจ้า แล้วเจ้าจะไม่แสดงออกสักหน่อยหรือ” เขาลุกขึ้นจากพื้น
แสดงออกหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์กะพริบตาปริบๆ แล้วเข้าใจในความหมายของเขา เธอคิดไปคิดมาแล้วเอ่ยปากปฏิเสธ “ข้า