ว์รู้สึกได้ถึงแววเหน็บแนมในคำพูดของเขา ทั้งยังประโยคที่ว่าต้องการร่างกายของเขานั่นอีก จึงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “หมายความว่าอย่างไร”
“ก็หมายความตรงตามที่พูดนั่นแหละ” อูหลิงอวี่ประสานมือทั้งสองเอาไว้ที่ท้ายทอย พลางมองท้องฟ้าที่ถูกแสงสายัณห์อาบไล้จนกลายเป็นสีแดง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หมายความตรงตามที่พูดหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองอูหลิงอวี่พลางขมวดคิ้วแน่นขึ้น เกิดความรู้สึกว่ามองเขาไม่ออกอยู่บ้าง
เธอเห็นเขานอนนิ่งไม่ไหวติงจึงนั่งลงดูพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปพร้อมกัน
มายังโลกแห่งนี้ตั้งหลายปีแล้ว แต่เธอยังไม่เคยชมพระอาทิตย์ตกให้ดีๆ เลยสักครั้ง
มุ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอดแต่กลับลืมชื่นชมทิวทัศน์ระหว่างทาง
“โยวเย่ว์ ต่อไปข้าจะชมพระอาทิตย์ตกดินเป็นเพื่อนเจ้าเอง ดีหรือไม่” อูหลิงอวี่พูดอย่างเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“หืม?” ซือหม่าโยวเย่ว์ยันแขนเอาไว้ด้านหลัง เมื่อได้ยินอูหลิงอวี่พูดเช่นนี้ จึงหันหน้ามามองเขา เมื่อเห็นแววจริงจังในดวงตาเขา หัวใจก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมา
แต่เธอก็หันหน้าหนีไปในทันใด เธอมองพระอาทิตย์ตกดินพลางพูดว่า “ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะมาชมพระอาทิตย์ตกดินกับข้าได้หรอกนะ”
เพราะเมื่