แล้วหรือไร” ระหว่างที่ตรวจร่างกายเขา เธอก็นึกถึงวาจาของกิเลนเพลิงขึ้นมา จนเพลิงโทสะปะทุขึ้นอีกครั้ง จึงเอ่ยปากด่าทอ
แต่อูหลิงอวี่ไม่โกรธ มุมปากกลับยกเป็นรอยยิ้มจางๆ
นางโมโหก็แสดงว่าตนยังมีความสำคัญในใจนาง ถ้าหากเป็นคนที่นางไม่สนใจ ถึงแม้จะตายไป นางก็คงไม่แม้แต่จะกะพริบตาด้วยซ้ำ
“ข้าเป็นใคร กล้าไปก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องไม่มีปัญหา” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูรอยยิ้มที่มุมปากเขา สีหน้าก็ดำทะมึน เธอผลักเขาไปด้านหลังจนเขาล้มลงไปบนพื้นหญ้าอีกครั้งโดยไม่ทันตั้งตัว
“เจ้าอยากจะผลักข้าหรือ ตอนนี้ถึงแม้ว่าร่างกายข้าจะมิสู้ดีนัก แต่ถ้าหากเจ้าต้องการ ข้าจะทำให้ก็ได้นะ” เขาเอนตัวลงบนพื้นด้วยท่าทางยั่วยวน
หยาบช้านัก!
คนหยาบช้าอย่างที่สุดภายใต้เปลือกนอกอันศักดิ์สิทธิ์!
“ไม่รู้จริงๆ ว่าคนอย่างท่านไปเข้าตาประมุขตำหนักผู้วิเศษจนกลายเป็นผู้วิเศษได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์อยากเข้าไปกระทืบเขาสักสองที
“สิ่งที่เข้าตาเขาก็มีเพียงแค่ร่างกายของข้าเท่านั้น ขอเพียงแค่ข้ารักษาท่าทีเช่นนี้ต่อหน้าผู้คน ในเวลาอื่นๆ ข้าจะทำอะไร เขาก็มาวุ่นวายกับข้ามิได้หรอก” อูหลิงอวี่พูดอย่างเรียบเรื่อย
ซือหม่าโยวเย่