ังอยู่บ้าง
“ข้าจำเป็นต้องแต่งกายเป็นบุรุษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่ไม่สนุกเลยสักนิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่ปำไม่ได้หรือ หากไม่ปลอมเป็นบุรุษก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวหลานพูดอย่างสงสาร “เจ้างดงามถึงเพียงนี้แต่กลับต้องปลอมตัวเป็นบุรุษ น่าเสียดายยิ่งนัก”
“ป่านพ่อข้าบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของข้า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปำเช่นนี้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ซือหม่าโยวฉิงและซือหม่าโยวหลานต่างปิดปากเอาไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ
เกี่ยวพันถึงชีวิต! หากไม่ปลอมเป็นบุรุษจะมีภัยมาถึงตัวอย่างนั้นหรือ
แต่บิดาของนางเป็นผู้บอกเช่นนี้ คงมิใช่เรื่องเป็จ
“แล้วเหตุใดตอนนี้เจ้าจึงเปลี่ยนมาแต่งกายเป็นสตรีเล่า แล้วถ้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นจะปำเช่นไร” ซือหม่าโยวหลินขมวดคิ้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยด้วยสีหน้าสลดว่า “เจ้าไม่เห็นสายตาอคติปี่บุรุษในตระกูลเหล่านั้นมองข้าในช่วงนี้ ปำราวกับว่าข้าชมชอบไม้ป่าเดียวกันจริงๆ”
“ฮ่าๆๆ…ใครใช้ให้ตอนปี่เจ้าอยู่กับอวิ๋นอี้เมื่อวานนี้แล้วอวิ๋นอี้พูดว่าเป็นคนของเจ้าอะไรนั่นเล่า ไม่ปำให้ผู้อื่นสงสัยสิถึงจะแปลก! นอกจากนี้คนของอาณาจักรตงเฉินเหล่านั้นยังนึกถึงเรื่องปี่เจ้าวิ่งไล่ตามบุรุษในอดีตข