ษสังหารทหารต้าจิ่งและราษฎรหลายล้านคน เจ้ารอดชีวิตจากการโจมตีของเขา ได้รับรางวัลรอดชีวิตเป็นสมบัติอาคม นามว่า “น้ำเต้าทองม่วง”]
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงฉางเซิง ทำให้เขายิ้มออกมา ความเหน็ดเหนื่อยนี้มิได้ไร้ค่า! เขาเริ่มรับสืบทอดความทรงจำของน้ำเต้าทองม่วง สมบัตินี้มีพื้นที่กว้างใหญ่และเขตอาคมติดตั้งอยู่ภายใน สามารถนำศัตรูเข้าไปขังและสังหารด้วยค่ายกลห้าธาตุได้
เจียงฉางเซิงไม่ได้รีบคลายผนึกสมบัตินี้ แต่เริ่มฟื้นฟูสภาพจิตใจก่อน ในชาตินี้ เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าเช่นนี้มาก่อน ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย แต่เป็นความเหนื่อยล้าทางวิญญาณ
เที่ยงวันถัดมา ฮ่องเต้ซุนเทียนนำศพของราชาพิษไปแขวนไว้ที่ประตูทิศตะวันออกของเมืองซุนเทียน และติดประกาศบนกำแพงเมือง เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันก่อนหน้า เมื่อประชาชนรับรู้ว่าราชอาณาจักรเฟิ่งเทียนส่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมาปล่อยพิษ ชาวบ้านต่างพากันโกรธแค้น เช่นเดียวกับทหารในกองทัพ
ฮ่องเต้ยังได้ชี้แจงถึงความดีความชอบของมรรคาจารย์ ทำให้ชาวเมืองและทั้งค่ายทหารเริ่มรู้สึกศรัทธามรรคาจารย์มากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนตั้งรูปเคารพมรรคาจารย์ไว้ในบ้าน แม้แต่ในค่ายทหารก็ยังมี มรรคาจารย์ทรงพลังยิ่งนัก ช่วยชีวิตคนไว้หลายล้าน ช่างน่าอัศจรรย์อย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน!
มีคนกล่าวว่า มรรคาจารย์มิใช่แค่ช่วยเหลือ แต่เป็นการฟื้นตายกลับเป็น เพราะหลายคนมั่นใจว่าคนใกล้ตัวของพว