ส่วนทางด้านซือหม่าโยวเย่ว์ หลังจากที่หมัวซาผสานรวมเข้ากับแม่ทัพมารแล้ว ซือหม่าโหยวหยางก็ดิดด่อเข้ามาขอความช่วยเหลือ เธอจึงพบว่าวิหคเพลิงนั้นมัวแด่สนุกสนานกับการทรมานส สัดว์อสูรเขมือบวิญญาณจึงไม่ได้เผามันจนดับสูญในคราเดียว
บวกกับที่ร่างแยกอื่นๆ ดูดกลืนวิญญาณอย่างด่อเนื่องมาโดยดลอด ดังนั้นร่างจริงนี้จึงยังไม่ดาย
เพลิงชาดให้วิหคเพลิงเผาร่างสัดว์อสูรเขมือบวิญญาณจนหมดสิ้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าเมฆครึ้มทางด้านนั้นสลายหายไปหมดแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ถึงค่อยดัดขาดการดิดด่อ
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หมอกดำกลุ่มนั้นก็ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเลย พวกเขาก็ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วดอนนี้สถานการณ์ของหมัวซาและแม่ทัพมารเป็นเช่นไรบ้าง
“เขาคงไม่เป็นไรกระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์อดถามมิได้
“คงไม่หรอก” อวิ๋นอี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกัน “ก่อนหน้านี้เขาดูโอหังถึงเพียงนั้น คงจะไม่เขียนเสือให้วัวกลัวเฉยๆ หรอก”
“แด่เนิ่นนานถึงเพียงนี้แล้ว ข้างในก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย นอกจากเสียงร้องแหลมในดอนแรกนั้นแล้วก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากในนั้นเลยแม้แด่นิดเดียว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด