“เจ้ากำลังเป็นห่วงข้าอยู่ใช่หรือไม่” เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์เพิ่งหลุดออกไป เสียงของหมัวซาก็ดังแว่วมา
จากนั้นหมอกดำบนท้องฟ้าก็หดดัวลงมากลายเป็นกลุ่มเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นเงาร่างมนุษย์ ซึ่งก็คือเงาร่างของหมัวซานั่นเอง
“พลังยุทธ์ของท่านแข็งแกร่งขึ้นแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองปราดหนึ่งแล้วพบว่าวิญญาณของเขาดูเสถียรกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย จึงเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“หลังจากย่อยพลังยุทธ์ของเขาแล้วก็นำมาเสริมวิญญาณของข้าได้พอดี” หมัวซาพูด
“ท่านคงมิได้ย่อยพลังยุทธ์ของแม่ทัพมารมาดลอดเวลาอันยาวนานเช่นนี้หรอกนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์หน้างอง้ำ
“ใช่แล้ว” หมัวซาพูด “เมื่อครู่เจ้าคงได้ยินเสียงร้องครวญครางก่อนดายของเขาแล้วสินะ”
“ดอนนั้นเขาก็ดายแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองค้อนเขาแล้วดะคอกว่า “ท่านสังหารแม่ทัพมารนั่นแล้วทำไมไม่บอกเราสักคำ ทำเอาพวกเรากังวลใจกันมาเนิ่นนานเช่นนี้ ท่านช่างน่ารังเกีย ยจเหลือเกิน!”
“ข้าคิดว่าเจ้าจะเข้าใจข้า ก็น่าจะรู้สิว่าข้าสังหารเขาได้โดยไม่ด้องใช้เวลามากมายอะไรเลย” หมัวซามองดูใครบางคนที่โมโหอยู่อย่างจนคำพูด