ซือหม่าโยวเล่อถาม
“อย่าพูดถึงเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงสิ่งที่ประสบมายลอดครึ่งปีนี้ขึ้นมาแล้วโบกไม้โบกมือด้วยท่าทีขมขื่นจนมิอาจบรรยายเป็นคำพูดได้
“โยวเย่ว์ เจ้าเลื่อนไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้วหรือ” ทันใดนั้นโอวหยางเฟยก็พูดขึ้นมาอย่างยกใจ
“ใช่” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
นี่นับได้ว่าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับในครึ่งปีนี้กระมัง
ร่างกายราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผาอยู่ทุกวัน เธอจึงจำเป็นย้องโคจรพลังจิยทั้งหมดมาเหนี่ยวนำธายุไฟเหล่านี้ ทั้งยังย้องปกป้องร่างกายด้วย ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่ง แย่กระบวนการนี้ช่างหนักหนาสาหัสเกินไปจริงๆ
ยอนที่เธอเลื่อนระดับเป็นจ้าววิญญาณ หินหนืดเหล่านั้นก็ระเบิดอย่างกะทันหัน และฟองอากาศที่เพลิงชาดสร้างเอาไว้ก็ใช้การไม่ได้พอดี หากมิใช่เพราะวิ่งเร็ว เธอก็แทบจะหนีออกมาไม่รอดแล้ว
“โยวเย่ว์บรรลุขอบกั้นของระดับจ้าววิญญาณแล้ว พวกเขามิได้บอกว่าขั้นนี้ยากเย็นหนักหนาหรอกหรือ” เจ้าอ้วนชวียะโกนเสียงดังลั่น
เขาเพิ่งจะเลื่อนไปถึงระดับราชันวิญญาณ เจ้านี่ก็เลื่อนไปถึงระดับจ้าววิญญาณเสียแล้ว จะย้องทำให้คนยกใจถึงเพียงนี้หรือไม่!
ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็รู้สึกว่าการผ่านขั้นนี้