ำหนักผู้วิเศษจัดการกับคนของหุบเขาม มารเทพ ถ้าหากพวกเราอยู่กับพวกเขาก็จะยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่”
“เช่นนั้นคนตระกูลจานก็ร่วมมือกับคนของตำหนักผู้วิเศษแล้วน่ะสิ!” กัวเพ่ยเพ่ยพูด “ในบรรดาคนที่ไล่ล่าพวกเร รา มีผู้ที่สวมชุดขาวอยู่หลายคน ดูศักดิ์สิทธิ์ไปทั้งร่าง จะต้องเป็นคนของตำหนักผู้วิเศษอย่างแน่นอน”
“พี่ใหญ่อวิ๋นอี้ก้าวเข้าสู่ระดับเทพไปครึ่งตัวแล้ว น่าจะจัดการกับคนของถ้ำเมฆขาวและตำหนักผู้วิเศษได้แล้วกระม มัง” กัวฝูพูด
อวิ๋นเฟิงส่ายหน้า เขามองไปยังทิศทางตอนขามาแล้วเอ่ยว่า “กลัวแต่ว่าพวกพี่ใหญ่จะเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดีน่ะ สิ…”
“ทำไมเล่า” คนตระกูลกัวตกใจ “คนของตำหนักผู้วิเศษและถ้ำเมฆขาวร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ คนของหุบเขามารเทพ ก็น่าจะมีผู้ที่พลังยุทธ์แข็งแกร่งอย่างยิ่งเหมือนกันมิใช่หรือ!”
“มิใช่เพราะเหตุนี้หรอก” อวิ๋นเฟิงพูด “หุบเขามารเทพส่งคนที่มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งมาไม่น้อยก็จริง แต่ว่า… มีคนของ งตำหนักผู้วิเศษผู้หนึ่งที่มีสัตว์อสูรเหนือเทพเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาเช่นกัน!”