ับคนตระกูลอวิ๋นได้อย่างพอถูไถ
อวิ๋นเฟิงรู้ว่าพวกกัวเพ่ยเพ่ยก็ไม่มียาวิเศษแล้วเช่นกัน ยังมิทันได้ปฏิเสธก็ได้ยินกัวเพ่ยเพ่ยพูดว่า “พวก กเราสองตระกูลเป็นมิตรกัน ก็เหมือนคนลงเรือลำเดียวกันตั้งนานแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าหากพวกเจ้าดีขึ้นอีกสักห หน่อย พลังการต่อสู้ของพวกเราก็จะยิ่งแข็งแกร่ง เจ้าอย่าปฏิเสธเลยนะ”
อวิ๋นเฟิงมองดวงตาเปล่งประกายของกัวเพ่ยเพ่ยด้วยจิตใจสั่นไหว เขาพยักหน้าแล้วรับยาวิเศษมา
คนตระกูลอวิ๋นเห็นเขากินยาวิเศษแล้วจึงรับยาวิเศษมากินด้วยเช่นกัน
อวิ๋นเฟิงกินยาวิเศษลงไปแล้วปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเราเดินทางกันต่อเถิด เป็นไปได้อย่างมา ากเลยทีเดียวว่าคนพวกนั้นจะไล่ตามมา”
“เหตุใดพี่อวิ๋นอี้จึงไม่พาพวกเจ้าไปด้วยเล่า” กัวเพ่ยเพ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“อีกฝ่ายมีคนที่แข็งแกร่งมาก” อวิ๋นเฟิงพูด “พี่ใหญ่บอกว่าในพวกเขากลุ่มนั้นมีคนของตำหนักผู้วิเศษอยู่ด้วย”
“ตำหนักผู้วิเศษหรือ” คนตระกูลกัวร้องลั่น
“นอกจากนี้ข้ายังได้ยินพี่ใหญ่พูดว่าคนของถ้ำเมฆขาวก็อยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน” อวิ๋นเฟิงพูด “ถ้ำเมฆขาวกับคนของ หุบเขามารเทพเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ พวกเขาร่วมมือกับคนของต