อแล้ว ตอนที่ได้ยินว่าที่นี่มีสัตว์อสูรเทพอยู่รวมกันเป็นฝูง การฝึกสัตว์อสูรเทพก็ดูเหมือนจะเป็นหนทางหนึ่งในการยกระดับพลังยุทธ์ของเธอ
ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันไปได้พอสมควรแล้ว คนตระกูลกัวจึงลุกขึ้นอำลา ทว่าเพิ่งกลับมาถึงกระโจมของตนไม่ทันไรก็สัมผัสได้ว่ามีอันตรายกำลังเข้ามาใกล้ ทุกคนจึงรีบออกมาจากกระโจมทันที
ซือหม่าโยวเย่ว์บอกทุกคนในทันทีที่อันตรายมาเยือน ทั้งยังเรียกเจ้าคำรามน้อยออกมาด้วย ให้มันและเจ้าวิหคน้อยไปสืบข่าวคราวด้วยกัน
เพียงไม่นานพวกเจ้าคำรามน้อยก็กลับมาแล้วพูดว่า “เย่ว์เย่ว์ ทั้งสองฟากของหุบเขามีสัตว์อสูรเทพอยู่ไม่น้อยเลย พวกเราถูกล้อมเอาไว้ในนี้แล้ว”
“มีมากแค่ไหนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เกินร้อยตนกระมัง” เจ้าคำรามน้อยพูด เมื่อเห็นท่าทางถอนหายใจของซือหม่าโยวเย่ว์ มันจึงเอ่ยเสริมว่า “หมายถึงแต่ละฟากมีเกินร้อยตนน่ะ!”
“อะไรนะ! เหตุใดเจ้าจึงไม่พูดให้จบในครั้งเดียวเล่า เวลาเช่นนี้ยังมามัวหอบอะไรอยู่อีก!” ซือหม่าโยวเย่ว์เขกหัวเจ้าคำรามน้อย
เจ้าคำรามน้อยมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างหดหู่ คิดจะยกเท้าสั้นป้อมขึ้นมาลูบหัวบริเวณที่ถูกเขก
“ระดับขั้นของสัตว์อสูรเทพเหล่านั้นเล่า” ซือหม่าโยวเย่