ฟังคำพูดของเธอแล้วก็พากันหัวเราะก่อนจะพูดว่า “คาดว่าเจ้าอ้วนคงจะเป็นนักหลอมวัตถุที่ไม่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดแล้ว”
เจ้าอ้วนชวีไม่โกรธ เขายกไหสุราขึ้นดื่มแล้วเอ่ยว่า “อย่างข้านี่เรียกว่าเรียนแล้วรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ต่างหากเล่า นี่เป็นสิ่งที่โยวเย่ว์สอนข้า”
“เจ้าอ้วน เช่นนั้นเจ้าก็หลอมให้ข้าบ้างสิ” กัวเลี่ยงพูด “เจ้าวางใจได้เลย ข้าจะต้องตอบแทนอย่างงามแน่นอน!”
“พอข้าว่างเมื่อใดจะหลอมให้เจ้าแล้วกันนะ” เจ้าอ้วนชวีไม่ปฏิเสธ
แต่พวกเขาเข้ามาเพื่อเสาะแสวงหาโอกาส แล้วจะมีเวลาว่างมากมายเสียที่ไหนกัน
“เจ้าอ้วน ก่อนหน้านี้เจ้าหลอมสิ่งใดไปบ้างหรือ” เว่ยจือฉีถาม
“ก่อนหน้านี้หรือ หยิบออกมาไม่ได้หรอก!” เจ้าอ้วนชวีพูด
เขามีหลักการเป็นอย่างยิ่ง ของที่หลอมไม่ดี จะหยิบออกมาให้ผู้อื่นดูได้อย่างไรกันเล่า
“เจ้ายังมีอีกหรือ เจ้าอ้วน!” กัวเลี่ยงมองเจ้าอ้วนพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้ามีของที่หลอมเสร็จแล้ว เช่นนั้นก็นำมาขายให้พวกเราสิ ไม่อย่างนั้นพอถึงเวลาแล้วเจ้าไม่มีเวลาหลอมให้ข้า ข้าก็คงพลาดจากนักหลอมวัตถุอย่างเจ้าไปเสียแล้ว!”
เจ้าอ้วนชวีถูกกัวเลี่ยงรบเร้าอยู่นาน จึงหยิบอาวุธวิญญาณจำนวนหนึ่งออกมา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นถ้วยชา