ะเขินอยู่บ้าง เขาส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่มีหรอก ลูกปัดกาลมิตินี้เป็นสิ่งที่ท่านเจ้าหุบเขารองเพิ่งให้ข้ามาก่อนออกเดินทางน่ะ”
“อ้อ” ซือหม่าโยวเย่ว์ผิดหวังอยู่บ้าง แต่เพียงไม่นานก็สลัดความผิดหวังเล็กน้อยนี้ทิ้งไปได้ เธอยกไหสุราขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาเฝิง มา พวกเราดื่มสุรากันดีกว่านะ”
“ฮ่าๆ ดี!” ถึงแม้ว่าเฝิงตงจะทึ่มทื่ออยู่บ้าง แต่ยังมีนิสัยใจกล้า พอได้ดื่มสุราแล้วก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
พอดื่มกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงเก็บข้าวของกลับเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณหลังจากนั้นจึงสนทนากับเฝิงตงไปเรื่อยเปื่อย ฟังเขาเล่าเรื่องโลกเบื้องบน
เมื่อได้ฟังเขาเล่าเรื่องหุบเขามารเทพแล้วเธอจึงเข้าใจสถานะของหุบเขามารเทพที่โลกเบื้องบนมากขึ้นอีกขั้น ทำให้มีความอยากรู้อยากเห็นต่อหุบเขามารเทพที่ยังไม่เคยเห็นมากยิ่งขึ้นไปอีก
พวกเขารอคอยอยู่ที่ภูเขาหิมะสามวัน จึงมีระลอกความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่กลางอากาศ เฝิงตงที่นั่งบำเพ็ญอยู่บนก้อนหินใหญ่ลืมตาแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยว่า “ถึงเวลาแล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างใด แต่เมื่อเห็นเฝิงตงลุกขึ้นยืน เธอจึงลุกขึ้นยืนด้วย
“เจ้าหุบเขาน้อย อีกประเดี๋ยวข้า