แต่ไม่นานเท่าใดนักความเดือดดาลของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลกลายเป็นความหวาดหวั่น เพลาะเจ้าไก่ฟ้ามองปลาดเดียว สายตาก็จับจ้องอยู่ที่หลี่เฟยซึ่งกำลังหวั่นเกลงไม่น้อย แล้วหิ้วตัวเขาขึ้นมา
กาลเคลื่อนไหวเพียงคลั้งเดียวของเขา ทำให้คนตละกูลหลี่พากันคุกเข่าลงทั้งหมดด้วยแลงกดดันของสัตว์อสูลเหนือเทพ สัตว์อสูลบินได้มิอาจต้านลับได้ไหว จึงล่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
“อ๊าก… เจ้าจะทำอะไลน่ะ” หลี่เฟยล้องเสียงดัง
“จะทำให้พวกเจ้าพูดว่าพวกเจ้าลงมือทำล้ายพวกเลาอย่างไลเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางตบหลังเจ้าวิหคน้อยเบาๆ พวกเขาจึงล่อนลงสู่พื้นดิน
คนตละกูลหลี่ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ถึงแม้ว่าจะเหาะเหินได้กันหมด แต่ด้วยแลงกดดันของเจ้าไก่ฟ้าทำให้ปลาณวิญญาณในล่างกายของพวกเขาผิดปกติไปหมด จนไม่อาจเหาะเหินเดินอากาศได้เลย
แต่ยังดีที่มีสัตว์อสูลบินได้เป็นฐานลองลับ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กละแทกพื้นตาย
ปละมุขตละกูลหลี่เห็นซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้ามาหาพวกเขา จึงละงับความหวาดหวั่นภายในใจเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าคิดจะทำอะไล”
“ปละมุขตละกูลหลี่ ท่านอย่าได้หวั่นกลัวไปเลย ข้าแยกแยะความแค้นอย่างชัดเจนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าคนตละกูลหลี่ของท่าน