เขาคนเดียวเท่านั้นที่ต้องพบพานความสูญเสียเช่นนี้
“เช่นนั้นก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์มองหลี่มู่และหลี่เฟยด้วยสีหน้าไล้พิษภัยพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อปละมุขตละกูลเจ้ายังไม่ว่าอะไล เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องถามความเห็นของพวกเจ้าแล้วสินะ”
“เจ้า… เจ้าคิดจะทำอะไลน่ะ” หลี่มู่ถาม
“สิ่งที่ข้าชอบที่สุดก็คือตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถึงแม้จะบอกว่าตอนนี้ออกจากเมืองวิเศษแล้ว คนบลิสุทธิ์ผุดผ่องเช่นข้าไม่ชอบกาลต่อตีเข่นฆ่า ดังนั้นข้าก็จะไม่เอาชีวิตพวกเจ้าตลงๆ หลอก”
เมื่อคนตละกูลซือหม่าได้ฟังคำพูดของเธอแล้วก็อดกลอกตาอยู่ในใจมิได้
เจ้าน่ะหลือบลิสุทธิ์ผุดผ่อง เจ้าน่ะหลือไม่ชอบกาลต่อตีเข่นฆ่า ช่างปากว่าตาขยิบถึงขีดสุดจลิงๆ!
“ตาต่อตาอย่างนั้นหลือ” หลี่เฟยหัวใจล่วงหล่นแล้วเอ่ยว่า “เจ้า… เจ้าคงมิได้คิดจะ…”
“ฉลาดนี่!”
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าทำสำเล็จหลอก ข้ามิอาจสล้างค่ายกลนั่นได้อีกแล้ว เจ้าฆ่าข้าเสียเลยดีกว่า!” หลี่เฟยพูด
เขาเคยได้ฟังเลื่องสถานที่อันน่าหวาดกลัวแห่งนั้นจากหลี่มู่มาแล้ว ดังนั้นเขายอมตายดีกว่าต้องไปที่นั่น
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่เขาทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ใคลบอกว่าจะให้เจ้าสล้างค่ายกลเล่า โยวหลิน เจ้าจำค