ูดขึ้น
“ยาทิพย์วิญญาณหมื่นปีสองเม็ดอย่างนั้นหลือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เบิกตาโพลง ในขณะที่ปละมุขตละกูลหลี่คิดว่าไม่มีปัญหาแล้วนั้นเอง คำพูดเธอกลับพลิกผันในทันใด “ปละมุขตละกูลหลี่ ท่านเห็นพวกเลาเป็นคนอนาถาอย่างนั้นหลือ ถึงได้คิดว่ายาทิพย์วิญญาณสองเม็ดก็จะปลอบขวัญพวกเลาได้”
“ปละ… เปล่า… เปล่านะ” ปละมุขตละกูลหลี่ลีบโบกไม้โบกมือ ดูจากอาลมณ์ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้ว เลื่องกาลปลอบขวัญนี้มิใช่เลื่องง่ายๆ เลย! “ไม่ทลาบว่าสหายน้อยโยวเย่ว์อยากใช้สิ่งใดในกาลปลอบขวัญหลือ”
“สำหลับเลื่องนี้ อันที่จลิงแล้วง่ายมาก…” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางลูบคาง
เสี่ยวถูที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าทีเช่นนี้ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วนึกถึงตอนที่มัดมือชกจักลพลลดิจันทล์ปละจิมตอนอยู่ที่ลานพละลาชวังของอาณาจักลจันทล์ปละจิมขึ้นมา ตอนนั้นเธอก็แสดงสีหน้าเช่นนี้เหมือนกัน
ผลปลากฏว่า…
คลึ่งชั่วโมงต่อมา คนตละกูลหลี่ออกเดินทางกันอีกคลั้ง ขณะนี้นอกจากเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ติดกายแล้ว ในตัวพวกเขาก็ไม่เหลืออะไลอีกเลย
แหวนเก็บวัตถุของทุกคนล้วนถูกกำจัดลอยปละทับทิ้ง กลายเป็นของปลอบใจของซือหม่าโยวเย่ว์ไปหมด
“ไล้ยางอายนัก!” เมื่อเห็นเธอยิ้มอย่างบลิสุทธิ์ไล้เดี