เล่า”
พอพูดจบเขาก็ใช้หมอกดำขุมหนึ่งห่อหุ้มร่างของซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ คนที่อยู่ในนั้นก็สูญสิ้นสติรับรู้ไปอย่างรวดเร็ว
หมอกดำที่ห่อหุ้มตัวเธอสายนั้นหอบเธอออกมาจากถ้ำภูเขา
“บนร่างเจ้ามีกลิ่นอายราชวงศ์อเวจีของข้าอยู่ สัตว์อสูรธารอเวจีก็ต้องยอมถอยเพราะเสียงตวาดของเจ้าอยู่แล้ว” เงาร่างหนึ่งค่อยๆ รวมตัวขึ้นมากลางหมอกดำ เขามองไปยังทิศทางที่เธอจากไป พลางเอ่ยว่า “ราชวงศ์ของข้ามีชนรุ่นหลังโผล่มาอีกคนแล้ว หึๆ หึๆ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ย่อมไม่ได้ยินวาจาในตอนท้ายของเขาอยู่แล้ว ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา เธอก็มาอยู่ที่ริมทะเลสาบของเขาภาพมังกรแล้ว
หมอกดำที่ห่อหุ้มตัวเธอจางหายไป ทั้งยังมิได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย บนร่างของเธอไม่เปียกน้ำเลยแม้แต่หยดเดียวด้วยซ้ำ
ตอนที่อยู่ใต้ดิน บาดแผลบนร่างกายก็ฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว ตอนนี้นอกจากเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง ก็ไม่มีร่องรอยใดบนร่างกายเธอลุกขึ้นทะยานร่างไปยังหุบเขาแห่งหนึ่ง เมื่อแน่ใจว่ารอบด้านไร้ผู้คน จึงหายตัวเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ
“เจ้านาย ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที” เจ้าคำรามน้อยกระโจนเข้าใส่อ้อมแขนของซือหม่าโยวเย่ว์ทันทีที่เธอเดินเข้ามา ในวาจาแฝงไว้ด้วยความเป็นกัง