่าโยวเย่ว์พบว่าเมื่อพวกเธอเดินเข้าไปในอุโมงค์ทางเดินนี้แล้ว เท้าทั้งสองข้างก็หนักอึ้งขึ้นมาในทันใดคล้ายกับมีตะกั่วถ่วงอยู่ ทุกฝีก้าวล้วนต้องใช้พละกำลังหมดทั้งร่างกาย
ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น เมื่อพวกเธอเดินไปยังไม่ถึงร้อยเมตร ก็รู้สึกว่าอากาศเริ่มหนักอึ้งขึ้นมา กดดันพวกเขาลงสู่เบื้องล่าง
“พลั่ก”
ร่างกายของซือหม่าโยวหลินอ่อนแอที่สุด จึงรับแรงกดดันไม่ไหวเป็นคนแรก เขาทรุดลงไปในทันใด กระดูกหัวเข่าส่งเสียงดังกรอบแกรบ
“โยวหลิน” ซือหม่าโยวเย่ว์เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างยากลำบากแล้วเอื้อมมือไปพยุงซือหม่าโยวหลินเอาไว้
“หนักขึ้นอีกแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่าหลังจากที่ตนไปถึงตัวซือหม่าโยวหลินแล้ว น้ำหนักที่สองคนต้องแบกรับนั้นก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดูท่าทางที่นี่จะไม่อนุญาตให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เจ้าไก่ฟ้าที่เดินอยู่ข้างหน้าหลายก้าวนั้นมิอาจไปต่อได้อีกแล้ว กระดูกของเขาก็ถูกบีบอัดจนแหลกไปหลายท่อนแล้วเช่นกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์มิอาจยืดตัวตรงได้ต่อไป เมื่อเห็นทั้งสองคนฝืนทนอย่างยากลำบาก กระดูกในร่างกายแหลกไปมากมายเช่นนั้น จึงเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นข้าเองที่ต้องการจะไปพบมัน ก็ให้ข้าทนรับเพียงคนเดียว