ีบ้าอะไรมาทำให้คนกลัวอีก!” เธอเดินไปพลาง ก่นด่าในใจไปพลาง พร้อมกันนั้นก็โคจรปราณวิญญาณในร่างกายมาต้านทานแรงกดดันในอากาศด้วย
เธอเดินตรงไปข้างหน้าตลอด ก่อนที่พลังวิญญาณจะหมดสิ้นลง ก็กลืนยาวิเศษลงไปอีกสองเม็ด หลังจากนั้นก็เดินไปข้างหน้าต่อ เนื้อหนังบนร่างกายของเธอปริแตกไปหลายบริเวณแล้ว โลหิตไหลรินลลงมาตามแขนขา มีเพียงแค่กระดูกเท่านั้นที่ยังฝืนทนอยู่ได้อย่างยากลำบาก เพราะเคยถูกเพลิงชาดหลอมแปรมาแล้ว
ยิ่งเดินลึกเข้าไปข้างใน แรงกดดันที่เธอต้องรับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ความเร็วจึงยิ่งช้าลง และบนร่างกายเธอก็ไม่มีเนื้อหนังที่สมบูรณ์เหลืออยู่มากสักเท่าไรแล้ว
ในที่สุดเธอก็กลายเป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า บนร่างกายบาดเจ็บจนชาหนึบไปหมด เธอรู้สึกว่าเลือดเธอไหลจนจะหมดตัวอยู่แล้ว
“หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป แล้วเราจะกลายเป็นผีดิบไหมนะ” เธอเห็นเลือดที่ไหลนองของตัวเองแล้วอดเยาะเย้ยไม่ได้
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดจะหลบเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ แต่เมื่อเข้าไปแล้ว พอออกมาก็ยังเป็นที่เดิมอยู่ดี มิสู้เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ ดีกว่า
แรงกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าว่าแต่เธอจะยืดตัวตรงเลย แม้กระทั่งยืนก็มิอาจยืนให้มั่นคงไ