ตัวกันอีกแล้ว” ซือหม่าโยวหลินมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตกตะลึง เปลวเพลิงที่เธอขว้างออกไปเมื่อครู่นั้นคือเปลวเพลิงอะไรกัน จึงทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันน่าหวาดหวั่น
“เจ้ารอก่อนนะ ข้าจะไปช่วยเจ้าไก่ฟ้า” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าเปลวไฟของเพลิงชาดได้ผล จึงหมุนกายวิ่งไปหาเจ้าไก่ฟ้า ก่อนจะดึงเอาเปลวเพลิงกองหนึ่งออกมาแล้วขว้างใส่หมอกดำตรงหน้าเขา
“ปัง…”
เกิดเสียงดังขึ้นเช่นเดียวกัน จากนั้นหมอกดำเหล่านั้นก็สูญสลายไปจนสิ้น
“ในที่สุดก็เรียบร้อยเสียที” ซือหม่าโยวเย่ว์พ่นลมหายใจออกยาว หลังจากนั้นจึงมองเจ้าไก่ฟ้าแล้วถามว่า “เจ้าไม่เป็นไรกระมัง”
“ไม่เป็นไร” เจ้าไก่ฟ้าส่ายหน้า หลังจากนั้นจึงมองไปข้างหน้าข้างหลังแล้วเอ่ยว่า “ต้องเลือกสักทิศทางหนึ่งแล้วล่ะ”
“สุ่มเดินไปสักทิศทางหนึ่งก่อนก็แล้วกัน ดูว่าจะเดินออกไปได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ทั้งสามคนออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พวกเขาเดินเคียงไหล่กัน
“โยวเย่ว์ เปลวเพลิงของเจ้าเมื่อครู่คืออะไรกันน่ะ” ซือหม่าโยวหลินถาม
“ไฟกำเนิดของสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของข้าเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “หากรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะมีประโยชน์เช่นนี้ ข้าก็คงใช้สิ่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าไก่ฟ้า