มือม่านถัวแล้วมองดูใบหน้าอ่อนล้าของอูหลิงอวี่พลางเอ่ยว่า “วิญญาณของเขาอ่อนแอลงอีกแล้ว ถ้าหากมิใช่เพราะใช้น้ำทิพย์วิญญาณคอยหล่อเลี้ยงเอาไว้ในช่วงนี้ คราวนี้เขาคงเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดี ดูเหมือนว่าจากไปคราวนี้คงจะพบกับเรื่องอะไรเข้า เจ้าช่วยหลอมยาวิเศษหล่อเลี้ยงวิญญาณให้เขาสักหน่อยสิ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองใบหน้าซีดขาวของอูหลิงอวี่พลางเอ่ยว่า “ได้สิ”
จากนั้นหมัวซาก็กลับเข้าไปในสร้อยข้อมือม่านถัว ซือหม่าโยวเย่ว์ถอนหายใจแล้วหยิบเอาเตาหลอมยากับเครื่องยาออกมาหลอมยาวิเศษให้เขา
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่ออูหลิงอวี่ตื่นขึ้นมา ก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์กำลังง่วนอยู่กับเครื่องยา ภายในห้องยังมีเตาหลอมยาวางอยู่ด้วย จึงเอ่ยอย่างงัวเงียว่า “เมื่อคืนเจ้าหลอมยาหรือ”
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บข้าวของเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณก่อนจะถือยาวิเศษเดินเข้ามาพลางเอ่ยว่า “เมื่อคืนหมัวซาออกมาบอกว่าวิญญาณของท่านถูกทำร้าย นี่คือยาวิเศษที่ผสมน้ำทิพย์วิญญาณเข้าไปตอนหลอมด้วย จะช่วยหล่อเลี้ยงวิญญาณของท่านได้”
อูหลิงอวี่รับเอายาวิเศษที่ยังคงอุ่นอยู่มา ในใจรู้สึกหอมหวาน นางหลอมยาวิเศษให้กับตน แสดงว่าในใจก็ยังมีพื้นที่ให้ตนอย