รูปงามแล้วหรือยัง”
เว่ยจือฉีหยิบพัดจีบขึ้นมาอีกเล่มแล้วมองท่าทางของซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “ข้ารู้สึกว่าเจ้าให้กลิ่นอายเหมือนเด็กหนุ่มลามกมากกว่า”
“จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกคนลามกจะดูบริสุทธิ์เหมือนข้าเสียที่ไหนกัน”
“พรืด…”
เจ้าอ้วนชวีพ่นหัวเราะออกมา เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ถลึงตาใส่เขาจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ”จือฉี เหตุใดเจ้าจึงบอกว่าเขาแกว่งเท้าหาเสี้ยนเล่า”
“ง่ายจะตายไป” เว่ยจือฉีพูด “เมื่อครู่หลังจากที่ซางเฉียงหลีถูกโยวเย่ว์ปฏิเสธแล้วก็ลงจากสังเวียนไปเลย แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความสนใจในตัวผู้อื่นเลย เจ้าน่าหลานเจี๋ยผู้นี้ขึ้นไปท้าเขาประลอง ย่อมต้องถูกปฏิเสธแน่นอนอยู่แล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า เธอเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
“ซางเฉียงหลี เจ้ากล้าประลองกับข้าสักยกหรือไม่” น่าหลานเจี๋ยส่งเสียงถามซ้ำอีกครั้ง
ตอนถามครั้งแรก ซางเฉียงหลีมิได้เอ่ยตอบ เมื่อเขาถามอีกครั้ง ซางเฉียงหลีเพียงแค่ลืมตาแล้วเอ่ยประโยคหนึ่งว่า “ข้าไม่มีความสนใจในการประลองพรรค์นี้หรอก”
ไม่มีความสนใจ…
ทุกคนตกใจกับคำพูดนี้ของเขาราวกับสายฟ้าฟาด เมื่อครู่เขายังอยากท้าผู้อื่นประลองอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับบอกว