ละคนตระกูลน่าหลานแต่ละคนสีหน้าเหยเก ราวกับผู้อื่นยืมเงินพวกเขาไปแสนแปดหมื่นตำลึงทองแล้วไม่ยอมคืนอย่างไรอย่างนั้น
“ตระกูลซือหม่ามีสัตว์อสูรเทพเช่นนี้อยู่ได้อย่างไรกัน” ประมุขตระกูลน่าหลานตำหนิผู้อาวุโสข้างกาย “ข้ามิได้ให้พวกเจ้าคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลซือหม่าอยู่ตลอดหรอกหรือ ตระกูลพวกเขามีสัตว์อสูรเทพเพิ่มขึ้นมามากมายถึงเพียงนี้ แต่พวกเจ้ากลับไม่ระแคะระคายกันเลยหรือ”
เมื่อครู่ซือหม่าโยวเล่อมีสัตว์อสูรเทพตนหนึ่ง ซือหม่าโยวฉิงมีสัตว์อสูรเทพสองตน ซึ่งพวกเขามิได้ถือเป็นทายาทผู้สืบทอดของตระกูลซือหม่า คาดว่าคนอื่นๆ ก็คงจะไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
สิ่งที่ชวนให้เดือดดาลที่สุดก็คือ ซือหม่าโยวฉิงถึงกับมีสัตว์อสูรเทพระดับจ้าววิญญาณ ถ้าหากคนอื่นๆ ก็มีเหมือนกันหมด แล้วการประลองนี้จะยังดำเนินต่อไปได้อย่างไร ถือเสียว่าพวกเขาชนะทั้งหมดไปเลยก็แล้วกัน!
“ท่านประมุขตระกูลโปรดคลายโทสะก่อนขอรับ พวกเราได้ส่งคนไปคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลซือหม่าแล้วจริงๆ แต่ก็ไม่เห็นพวกเขาจะเชิญปรมาจารย์ฝึกสัตว์อสูรไปที่ตระกูลซือหม่าเลย และสองปีมานี้ก็ไม่เห็นพวกเขาส่งสัตว์อสูรเทพไป