คร่รู้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นไม่รักชีวิต เพียงแต่ในเวลาต่อมา สถานการณ์นั้นอยู่เหนือการควบคุมของข้าเสียแล้ว หากล่าถอยไปก็มีแต่ตายเท่านั้น”
ซือหม่าโยวเย่ว์พรั่นพรึงไป ที่แท้แล้วนั่นคือสถานที่อันตรายอะไรกันแน่
“กลิ่นอายนั้นคือสิ่งใด เพราะเหตุใดเจ้าจึงรู้สึกคุ้นเคยได้ เป็นคนในเผ่าพันธุ์เจ้าอย่างนั้นหรือ” เธอถาม
“ไม่ใช่หรอก” เจ้าไก่ฟ้ามองซือหม่าโยวเย่ว์พลางถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “มิใช่กลิ่นอายของเจ้านายข้าเสียหน่อย เหตุผลที่ข้าคุ้นเคยก็คือข้ารู้สึกว่าสิ่งนั้นออกจะคล้ายคลึงกับเจ้าอยู่บ้าง”
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ปั่นป่วนในใจ มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับเธออยู่บ้างอย่างนั้นหรือ
“ข้ารู้สึกได้ว่าบางครั้งบนร่างกายเจ้าจะแผ่กลิ่นอายที่แตกต่างจากปกติออกมา แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เดิมทีข้าคิดว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกสะกดเอาไว้เบื้องล่างนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเจ้า ดังนั้นจึงคิดจะไปดูสักหน่อยน่ะ” เจ้าไก่ฟ้าพูด “น่าเสียดายที่ข้าไม่พบอะไรสักอย่างเดียว”
ซือหม่าโยวเย่ว์อ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าที่เจ้าไก่ฟ้ายอมเสี่ยงในครั้งนี้ ที่แท้แล้วเป็นเพราะตัวเธอเอง
“ขอบใจเจ้ามากนะ เจ้าไก่ฟ้า”
“ข้าก็มิได้พบเสียหน่อยว่าที่แท้คือสิ่งใดกันแน่ เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบอกขอบใจข้าหรอกน่า” เจ้าไก่ฟ้าพูด “ค่อยว่ากันเถิด ตอนข้าได้รับบาดเจ็บ ก็เป็นเจ้านี่แหละที่ช่วยข้าเอาไว้”
ซือหม่าโยวเย่ว์เงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยว่า “