นได้เร็วขึ้นสักนิด
“เพราะถ้าเจ้าไม่ขึ้นไปยังโลกเบื้องบนให้เร็วหน่อย ตาเฒ่าก็จะถูกกดดันให้หาผู้สืบทอดน่ะสิ” อูหลิงอวี่หาข้ออ้างที่ฟังดูดี “ตอนนี้ยังมีคำถามอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้ว ท่านไปได้แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์โบกมือส่งเขาแล้วเอนตัวลงพักผ่อน
“…”
อูหลิงอวี่เห็นว่าเพียงพริบตาเดียวซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่สนใจตนแล้ว จึงนึกอยากเข้าไปมอบบทลงโทษให้เธอสักหน่อย แต่คิดดูแล้วอาจจะไปทำให้เธอตกใจเข้า จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย แล้วจากไปแต่โดยดี
แน่นอนว่าเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา เขาจึงทำเหมือนตอนเข้ามา…ข้ามกำแพง
ซือหม่าโยวเย่ว์เอนตัวอยู่บนเตียง เธอพลิกตัวไปมาพลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้รับรู้มาในวันนี้ วันนี้ได้ยินได้ฟังอะไรมามากมายเหลือเกิน จะต้องย่อยข้อมูลให้ดี เมื่อนึกถึงเรื่องของดินแดนแห่งอื่นที่อูหลิงอวี่เล่าให้ฟังแล้วเธอก็ผุดลุกขึ้นนั่งพลางพูดว่า “คนพวกนั้นร้ายกาจก็จริง แต่เราเองก็ใช่ย่อยเลยนะ แล้วจะต้องให้เรื่องนี้มากระทบจิตใจไปทำไมกัน หึๆ ถ้าเจอกันแล้วกล้ามายุ่มย่าม ก็ต้องโดนเก็บเรียบเหมือนกันแหละ!”
เมื่อคิดเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงเอนตัวลงนอนใหม่ แล้วคิดเรื่องเหล่านี้ต่อไป
“คิดไม่ถึงว่าทั่วทั้งดินแดนจะเป็นสถานที่กักขังทั้งหมด ช่างทำให้คนหดหู่จริงๆ เลย”
“ไม่รู้ว่าโลกย่อส่วนพวกนั้นจะเปิดเมื่อไหร่ อยากจะพบเจอผู้มีพรสวรรค์จากดินแดนแห่งอื่นบ้างจัง”
“เมื่อไหร่ถึงจะทำแบบท่านอาจารย์กับศิษย์พี่ได้บ้างนะ โบ