็นผู้สร้างค่ายกลนี้หรอกนะ”
“มิใช่เจ้าหรอกหรือ เช่นนั้นใครกันเล่า” คนตระกูลหั่วกวาดตามองคนตระกูลซือหม่าอย่างตกใจ อยากจะเห็นว่าค่ายกลของใครที่เหนือกว่าซือหม่าโยวหลินเสียอีก
“โยวเย่ว์น่ะ” ซือหม่าโยวหลินพูด
“ซือหม่าโยวเย่ว์คือท่านไหนหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มคน เดิมทีกำลังชื่นชมอยู่ว่าปกติเจ้าซือหม่าโยวหยางผู้นี้ดูไม่เป็นจริงเป็นจังอะไรเลย แต่ตอนนี้เมื่อเจรจากับคนตระกูลหั่วแล้วกลับดูท่าทีใช้ได้เลยทีเดียวทันใดนั้นก็ได้ยินพวกเขาพูดชื่อตน จึงพึมพำเสียงต่ำสองสามประโยค
แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังลุกขึ้นยืนแล้วคารวะหั่วเจิ้งซิ่งพลางเอ่ยว่า “ผู้เยาว์คารวะท่านหั่วเจิ้งซิ่ง”
“เจ้าเองหรือคือซือหม่าโยวเย่ว์ ค่ายกลนั่นเป็นผลงานของเจ้าหรือ” หั่วเจิ้งซิ่งมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ได้รู้เรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์ก่อความวุ่นวายในตระกูลซือหม่ามา
“เป็นข้าเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์รับคำ
“นึกไม่ถึงว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ยังเยาว์วัยแต่ก็ประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้แล้ว” หั่วเจิ้งซิ่งเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มิได้วางท่าทีหยิ่งยโส จึงพยักหน้ายอมรับ
หั่วจือเหยียนและหั่วจือ